เอสซีจี เซรามิกส์ แถลงผลประกอบการไตรมาส 3 ปี 2562 กำไรเพิ่ม เร่งขยายสาขา

เอสซีจี เซรามิกส์ แถลงผลประกอบการไตรมาส 3 ปี 2562 กำไรเพิ่ม เร่งขยายสาขา

คอตโต้ ไลฟ์” เชียงใหม่เจาะกลุ่มสถาปนิกลูกค้าไฮเอนด์ หนุนโครงการพัฒนาด้านพลังงานดันโครงการซื้อขายไฟฟ้าผ่านเข้ารอบ ERC Sandbox

เอสซีจี เซรามิกส์

นายนำพล มลิชัย กรรมการผู้จัดการ บริษัท เอสซีจีCOTTO ผู้ผลิตและจำหน่ายกระเบื้องภายใต้แบรนด์คอตโต้ (COTTO) โสสุโก้ (SOSUCO) และ คัมพานา (CAMPANA) เปิดเผยถึงงบการเงินรวมก่อนสอบทาน ของ COTTO ในไตรมาสที่  ปี 2562 ว่า บริษัทฯ มีรายได้จากการขาย 2,728 ล้านบาท ลดลงร้อยละ  จากช่วงเดียวกันของปีก่อน และลดลงร้อยละ 2 จากไตรมาสก่อน เป็นผลมาจากยอดขายโดยรวมลดลงโดยเฉพาะในส่วนของสินค้าระดับกลางลงมา ในขณะที่สินค้าระดับบนและสินค้านำเข้ามีราคาขายเฉลี่ยลดลง

เอสซีจี เซรามิกส์

ทั้งนี้ บริษัทฯ ยังคงมีกำไร 87  ล้านบาท เพิ่มขึ้น ร้อยละ 180 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน และ เพิ่มขึ้นร้อยละ 312 จากไตรมาสก่อน เนื่องจากในไตรมาสนี้ บริษัทฯ สามารถลดต้นทุนจากการดำเนินงานตามแผนการปรับปรุงและเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตได้ตามเป้าหมาย ประกอบกับมีค่าใช้จ่ายลดลงเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนและไตรมาสที่ผ่านมา เนื่องจากได้มีการรับรู้ค่าใช้จ่ายรายการค่าใช้จ่ายที่ไม่เกิดขึ้นเป็นประจำโดยเฉพาะค่าใช้จ่ายด้านแรงงานไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

นายนำพลกล่าวว่า “ตลาดเซรามิกในไตรมาสนี้ถือว่ายังไม่มีปัจจัยบวกและเติบโตเป็นศูนย์เมื่อเทียบกับไตรมาสที่ผ่านมาโดยเติบโตเล็กน้อยประมาณ 1% เมื่อเทียบกับปีก่อน ซึ่งสอดคล้องกับการอัตราขยายตัวด้านเศรษฐกิจ (GDP) ตามที่คณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ได้ปรับลดประมาณการอัตราขยายตัว  GDP  ปีนี้ลงเหลือเติบโตที่ 2.8% ต่อปี จากเมื่อเดือน มิ.ย.2562 ที่คาดการณ์ว่าจะเติบโตได้ 3.3%  มีผลกระทบต่อยอดขายสินค้าในส่วนของตลาดระดับกลางลงมาในขณะที่ตลาดระดับบนยังมีแนวโน้มที่ดี อย่างไรก็ตามในไตรมาสนี้บริษัท ฯ มีค่าใช้จ่ายลดลงเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนและไตรมาสที่ผ่านมา ประกอบกับ ยังคงรักษาวินัยด้านต้นทุนด้านการผลิตได้ตามเป้าหมาย จึงทำให้สามารถแข่งขันและทำกำไรได้”

ในด้านกลยุทธ์การดำเนินงานด้านการตลาดที่สำคัญ บริษัทฯ ยังคงมุ่งเน้นเรื่องการสร้างแบรนด์  COTTO ให้แข็งแกร่งและเป็นแบรนด์ที่อยู่ในใจผู้บริโภคกลุ่มเป้าหมาย โดยได้ดำเนินการเรื่องนี้มาอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ไตรมาสแรกของปีนี้ ด้วยการปรับปรุงและเปิดดำเนินการ COTTO Life”  แห่งแรกที่ เอสซีจี เอ็กซ์พีเรียนซ์ คริสตัล ดีไซน์เซ็นเตอร์ ซึ่งมีกระแสตอบรับอย่างดีจากลูกค้ากลุ่มเป้าหมายโดยเฉพาะกลุ่มเจ้าของบ้านและผู้ที่กำลังจะสร้างบ้านในระดับราคาสูงกว่า 5 ล้านบาทขึ้นไป ดังจะเห็นได้ว่าตั้งแต่ต้นปีที่ผ่านมามีลูกค้าเข้ามาใช้บริการเฉลี่ยประมาณ 500 รายต่อเดือน มียอดขายเฉลี่ยประมาณ 26,000 บาทต่อราย และมีแนวโน้มยอดขายเติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่อง

ดังนั้น ในไตรมาสนี้ บริษัทฯ จึงได้ขยายสาขา COTTO Life สาขาที่ 2 ตั้งอยู่ที่ โครงการ CHOC ถนนมหิดล ใกล้กับท่าอากาศยานนานาชาติ จ.เชียงใหม่ ซึ่งเป็นพื้นที่ที่มีศักยภาพและมีกำลังซื้อสูง จากการที่เป็นศูนย์กลางของภาคเหนือในหลาย ๆ ด้าน ที่สำคัญ คือ เป็นพื้นที่ศูนย์รวมสถาปนิก ทั้งบริษัทออกแบบ สถาปนิกอิสระ และบุคลากรทางการศึกษาคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ จาก 3 สถาบันชั้นนำ คือ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ มหาวิทยาลัยราชมงคลล้านนา วิทยาเขตพายัพ และมหาวิทยาลัยแม่โจ้

นายนำพล กล่าวว่า  “จากประสบการณ์ของเรา ลูกค้ากลุ่มลูกค้าสถาปนิก นักออกแบบและบุคคลากรในวงการนี้ ส่วนใหญ่มักจะชื่นชอบความพิเศษและความแปลกใหม่ไม่เหมือนใคร เราเข้าใจความต้องการของเขา ดังนั้นสินค้าที่นำมาจัดแสดงที่นี่จะเป็นสินค้าคอลเล็กชั่นพิเศษซึ่งจะมีจำหน่ายเฉพาะที่ COTTO Life เท่านั้น  นอกจากนี้ ยังได้เตรียมพื้นที่ Co-working Space เพื่อให้สถาปนิกหรือเจ้าของโครงการได้เข้ามาใช้พื้นที่ในการพบปะสังสรรค์ ประชุมหรือเสนองานกับลูกค้าด้วย”

สำหรับลูกค้าทั่วไปก็สามารถเข้ามาเลือกซื้อและรับบริการได้เช่นกัน โดยจะมีกระเบื้องเซรามิกที่คัดมาเป็นพิเศษให้เลือกทุกแบรนด์ ทั้งแบรนด์ COTTO  แบรนด์ CAMPANA และแบรนด์ SOSUCO ครบทุกฟังค์ชั่น ตั้งแต่กระเบื้องขนาดเล็กไปจนถึงกระเบื้องขนาดใหญ่และโมเสก รวมถึงระบบและวัสดุในการติดตั้ง ที่สำคัญ คือ สินค้าทุกตัวที่โชว์มีสต็อกพร้อมขายและมีบริการจัดส่งทั่วประเทศ  นอกจากนี้เรายังมี LIFE PARTNER และ CREATIVE DESIGNE ซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่คอยให้คำปรึกษาด้านสินค้าและบริการออกแบบการใช้งานให้เหมาะกับพื้นที่เพื่อให้ลูกค้าได้เห็นภาพจริงก่อนตัดสินใจและนำเสนอบริการติดตั้งจากผู้เชี่ยวชาญ เรียกได้ว่าเราพร้อมให้บริการตั้งแต่นำเสนอสินค้า ออกแบบ จนจบถึงงานติดตั้ง”  นายนำพล กล่าว

นอกจากนี้ ในส่วนของการดำเนินงานด้านการจัดการพลังงาน บริษัทเอสซีจี เซรามิกส์ จำกัด มหาชน ยังคงให้ความสำคัญอย่างต่อเนื่อง ล่าสุด โครงการ “ซื้อขายไฟฟ้าผ่านคนกลางบน ESS Platform” ดำเนินการโดยหน่วยงาน Energy Solution Service ของ เอสซีจี เซรามิกส์  ผ่านการคัดเลือกให้เข้าร่วม “โครงการทดสอบนวัตกรรมที่นำเทคโนโลยีมาสนับสนุนการให้บริการด้านพลังงาน หรือ Energy Regulatory Commission Sandbox : ERC ดำเนินการโดย คณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ)  โดยโครงการ “ซื้อขายไฟฟ้าผ่านคนกลางบน ESS Platform”  มีนวัตกรรมในรูปแบบกิจการธุรกิจใหม่ด้านพลังงาน และเป็น 1 ใน 34 โครงการที่ผ่านการคัดเลือกจากทั้งหมด 182 โครงการจากบริษัทชั้นนำระดับประเทศที่ส่งเข้ามาให้คณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ) พิจารณา

เอสซีจี เซรามิกส์ ยังคงมุ่งเน้นเรื่องการบริหารจัดการพลังงานให้มีประสิทธิภาพและพัฒนานวัตกรรมด้านพลังงานอย่างต่อเนื่อง เพราะตระหนักดีกว่าเป็นเรื่องสำคัญที่ส่งผลต่อความสามารถในการแข่งขันและการเติบโตอย่างยั่งยืนของบริษัท” นายนำพล กล่าวสรุป


** iHome108.com เป็นเว็บไชต์นำเสนอไอเดียแต่งบ้าน แบบบ้านและจัดสวนเท่านั้น เราไม่ใช่เว็บเชิงพาณิชย์ ไม่มีการจำหน่ายสินค้าหรือรับงานใด ๆ ทั้งสิ้น! ...หากสนใจแบบบ้านหลังใดหรือไอเดียแต่งบ้านไหนกรุณาติดต่อเจ้าของผลงานในบทความโดยตรงเท่านั้น และโปรดระวังมิจฉาชีพหลอกรับงาน